[SF] Phone Booth (TAO x LAY)

posted on 08 Jul 2013 14:10 by ninakooh in EXO

Title: Phone Booth
Author: Nina*
Paring: Zitao x Yixing
Rating: PG
Author’s note: ก็หน้าฝน :)

*

 

พอเข้าหน้าฝน บรรยากาศมืดๆ ครึ้มๆ มันก็มาเป็นของคู่กัน ดูยังไงเปอร์เซ็นต์ฝนตกมันก็สูง จะมีก็แต่ไอ้บ้าแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่รู้อยู่แก่ใจว่าฝนมันจะตก แต่ก็ไม่รู้จักหยิบร่มมาติดกระเป๋าเอาไว้ แล้วบังเอิญว่าวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฝนตก โดยมีไอ้บ้าสองคนที่ไม่มีร่มอยู่ในกระเป๋าสองคนติดแหงกอยู่ในตู้โทรศัพท์แคบๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรไปไม่ได้มากกว่ายืนเบียดกัน โดยไม่ขยับตัว

 

ไอ้บ้าสองคนที่ว่านั่นชื่อ หวงจื่อเทา กับ จางอี้ชิง

 

“มองอะไรไม่เห็นเลย...”

คนตัวเล็กกว่าบ่นงึมงำออกมาในขณะที่เอามือเกาะผนังกระจก เม็ดฝนขนาดใหญ่ตกกระทบตู้โทรศัพท์หนักเสียจนมองอะไรไม่เห็นอย่างที่จางอี้ชิงว่าจริงๆ นั่นล่ะ เท่าที่จื่อเทาจะมองเห็นได้ในตอนนี้ก็มีแค่กระจกที่โดนฝนสาดและแผ่นหลังของจางอี้ชิงก็เท่านั้น

แต่จะบอกว่า ‘แผ่นหลัง’ มันก็ไม่ถูกเสียทีเดียวหรอกนะ ก็จางอี้ชิงน่ะตัวเล็กกว่าเขาตั้งเยอะ

 

ถ้าให้ถูกต้องบอกว่าเขามองเห็นศีรษะและต้นคอด้านหลังของอี้ชิงต่างหากล่ะ และด้วยอานิสงค์ที่ว่าคนตัวเล็กเป็นพวกชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไม่ว่ามันร้อน ฝน หนาว ยังไงก็ตาม เสื้อผ้าของจางอี้ชิงจะมีได้ไม่เกินสามชิ้น อันได้แก่ เสื้อ กางเกง และเสื้อนอกสักตัวในบางครั้ง (ชั้นในไม่นับ) ซึ่งวันนี้อากาศมันก็ร้อนอบอ้าวมาตั้งแต่เช้า อี้ชิงเลยเลือกที่จะใส่เสื้อคอกว้าง ที่ปาดจนเกือบหล่นจากหัวไหล่หลายครั้ง เวลาที่คนตัวเล็กไม่นึกอยากระวังตัว (นั่นนับว่าบ่อยมากทีเดียว)

 

จื่อเทานึกสงสัยนะว่าอี้ชิงเคยรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองขาวโอโม่มากแค่ไหน แล้วยังจะชอบใส่เสื้อผ้าล่อตาล่อใจคนอื่นอีก

“เบื่อจัง”

 

คนที่เกาะกระจกมองฝนจนเบื่อบ่นขึ้นมา ก่อนจะเอนตัวลงพิงกับแผ่นอกของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่อย่างกะทันหัน ทำเอาจื่อเทาต้องรีบกอดเอวของอีกคนเอาไว้ เพราะเมื่อครู่ตัวเองมัวแต่จดๆ จ้องๆ อยู่กับลำคอขาวผ่องของอี้ชิงจนเกือบเสียหลักกับน้ำหนักที่เทลงมา

 

“ก็ผมบอกให้หยิบร่มออกมาแล้ว ใครล่ะบอกว่าไม่ต้องหรอก”

“ก็ไม่คิดว่าอาจารย์จะปล่อยเลทนี่นา จื่อเทานั่นแหล่ะ ทำไมไม่เอารถมา”

“ผมบอกพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่ว่าป๋าเอารถไปเช็คสภาพ” จื่อเทาเถียง คนตัวเล็กก็เลยได้แต่บ่นหงุงหงิงๆ ฟังไม่ได้จับศัพท์ ก่อนจะเอนศีรษะลงซุกซบกับอ้อมแขนอุ่นที่กอดเขาเอาไว้จนรอบ

 

ร่างสูงก้มลงมองคนที่เลิกบ่นแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม จางอี้ชิงก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละ ชอบบ่นอะไรก็ไม่รู้เป็นคนแก่ แต่พอเถียงไม่ได้ก็เริ่มงุบงิบพูดกับตัวเองไปเรื่อย พอเริ่มเหนื่อยก็ชิงหลับตาปิดโหมดหนีเอาดื้อๆ ถ้านี่อยู่ที่ห้องล่ะก็ จื่อเทาก็ต้องเดือดร้อนเดินตามไปง้อคนที่โบ้ยทุกอย่างว่าเป็นความผิดของหวงจื่อเทาในห้อง เพราะอีกฝ่ายชอบชิงคลุมโปงนอนหนีหน้ากันตลอด

 

แต่พอสถานที่มันไม่อำนวยให้สะบัดหน้าหนี จางอี้ชิงก็เลยซุกอกจื่อเทาหนีมันเสียเลย

 

ว่าแต่เขาบอกไปหรือยังว่าปกติเวลาอี้ชิงงอน เขาชอบง้อแบบไหน? แล้วเผอิญว่าหวงจื่อเทาไม่ค่อยแคร์เรื่องสถานที่แบบจางอี้ชิงเสียด้วยสิ ยิ่งอีกฝ่ายเดินหนีไปไหนไม่ได้แบบนี้ มันก็ยิ่งเข้าทางเขาเลย

 

ถ้าจะโทษ...ก็โทษตัวเองนะ อี้ชิง ที่แต่งตัวแบบนี้

"ฮื่อ! ทำอะไร"

คนกำลังพริ้มตนหลับหมายจะพักสายตาจริงจังต้องสะดุ้งโหยง เพราะคนที่น่าจะไว้ใจได้ ดันทำพฤติกรรมไม่น่าวางใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น มือบางตะปบลงบนต้นคอของตัวเองที่ถูกประทุษร้ายเข้าอย่างจัง พยายามเบี่ยงตัวหลบจื่อเทาที่ยังดูตั้งอกตั้งใจจะซ้ำรอยเดิมให้ชัดขึ้นอีก แต่พื้นที่ก็แคบเท่านี้ แถมยังโดนท่อนแขนสีเข้มล็อกเอาไว้อีก จะหนีไปไหนล่ะทีนี้

 

"จื่อเทา! ไม่เอา...นี่ข้างนอกนะ มียางอายบ้าง!"

"ก็พี่ยั่วผมก่อน" คนถูกกล่าวหาทำตาเขียวใส่ แต่หวงจื่อเทาดันหน้ามืดจนไม่คิดสนอะไรแล้ว

 

ความจริงผิวขาวเนียนมันก็เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลที่จื่อเทานึกอยากกินกระต่ายขึ้นมาในตอนนี้

 

จางอี้ชิงน่ะตัวนุ่มนิ่มน่ากอด พอได้กอด มันก็ห้ามใจไม่ไหว แถมกลิ่นหอมสดชื่นของแชมพูที่เจ้าตัวใช้เป็นประจำ มันก็ดันส่งกลิ่นชัดเจนขึ้นมาอีก เพราะว่าเส้นผมสีอ่อนของเจ้าตัวมันเปียกน้ำฝนนี่ล่ะ แล้วคุณคิดว่าการที่ต้องมาเบียดเนื้อตัว แชร์อากาศกันอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมแคบๆ อบๆ อยู่กับ ‘แฟน’ ของตัวเองแบบนี้ หวงจื่อเทาจะทนได้ไหม?

 

ถึงทนได้...ก็ไม่ทน

“จื่อเทา อย่าทำรุ่มร่าม!”

 

เสียงห้ามปรามของอี้ชิงเข้าหูซ้าย ทะลุหูแพนด้าไป ไม่มีการสนใจหรือตอบรับคำสั่งของจางอี้ชิงอะไรทั้งนั้น นอกจากมือปลาหมึกที่งอกออกมาเลื้อยพันไปทั่วทั้งตัว รัดตรงนั้น ตอดตรงนี้ จนจางอี้ชิงแทบยืนไม่ไหว...นี่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีแฟนเป็นแพนด้ามิวแทนท์กับคราเค่น!

 

“ทะ...เทา...” อี้ชิงเรียกเสียงอ่อย มือขาวพยายามรั้งคนที่กำลังรุกหนัก ปากก็เอ่ยห้ามเสียงสั่น จนเจ้าของชื่อยอมหยุดมือที่กำลังตักตวงความสุขจากร่างกายของจางอี้ชิง แต่คนตัวเล็กกว่าก็ได้หายใจหายคออยู่ไม่นาน เพราะสักพักจื่อเทาก็จับหมุนตัวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน รอยยิ้มร้ายที่วาดบางอยู่บนใบหน้าทำให้อี้ชิงนึกอยากหมุนตัวกลับไปให้จื่อเทาเอาเปรียบกันมากกว่าต้องมาเล่นจ้องตากันแบบนี้

 

ก็เขาเคยทนสบตาคู่นี้ไหวเสียที่ไหนกัน...

“ขอจูบได้ไหมครับ?”

 

อืม..................................ถ้าจะส่งสายตาแบบนี้มาล่ะก็ คราวหลังไม่ต้องถามก็ได้นะ จะทำอะไรก็ทำ!

 

จื่อเทาจุดยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นอีกคนหรุบตาลงต่ำ แก้มขาวๆ ขึ้นสีเลือดน่ามอง มีความสุขเป็นบ้าเวลาอีกคนเขิน จื่อเทาไม่ต้องพยายามออกแรงบังคับอะไรอีกคนมาก ถึงจะต้องยื่นมือไปประคองแก้มเนียนให้เงยหน้าขึ้นมาจากอก แถมยังชิงหลับตาหนีกันอีกต่างหาก แต่นั่นก็มากเพียงพอที่จะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าขยายกว้างได้มากกว่าเดิม

 

เปลือกตาสั่นระริกคล้ายจะอยากเปิดขึ้นมามอง แต่ก็เขินอายเกินกว่าที่จะทำ ยิ่งมองจื่อเทาก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์ดี

“อือ...”

 

เสียงในลำคอผะแผ่วเมื่อยามที่เนื้ออ่อนตรงริมฝีปากสัมผัสกัน จื่อเทาบรรจงมอบความอ่อนโยนให้อีกคนอย่างเชื่องช้า ให้สมกับบรรยากาศเป็นใจรอบตัวคล้ายกับฉากในภาพยนต์ แม้ว่าในความจริงแผ่นหลังของจื่อเทาจะชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เพราะอากาศร้อนอบอ้าวก็ตามที

 

ทั้งที่ตกลงคบกันมาก็หลายปี จูบกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สานสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่านี้ก็เคย แต่จางอี้ชิงก็ยังคงแสดงออกยังขัดเขินทุกครั้งที่จื่อเทาแสดงออกความรักในแบบของตัวเอง

 

ก็มันช่วยไม่ได้ที่จางอี้ชิงเป็นคนขี้อาย ผิดกับอีกคนที่หน้าด้านหน้าทนกับเรื่องพรรค์นี้

 

ลมหายใจติดขัดกับเสียงอึกอักในลำคอดังประท้วง เมื่อสัมผัสอ่อนโยนนุ่มนวลชักจะเพิ่มระดับความร้อนแรงไปมากกว่าเก่า จากเดิมที่จื่อเทาเพียงแค่บดเบียดริมฝีปากอยู่รอบน้อง พร้อมทั้งประคองแก้มสองข้างเอาไว้ให้มอบจูบได้ถนัดถนี่ กลับกลายเป็นว่าฝ่ามือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนลงต่ำไปตามแนวไขสันหลังจนอี้ชิงขนลุกเกรียว ซ้ำมืออีกข้างยังโอบกระชับรอบสะโพกให้ตัวเข้าแนบชิดกับแผ่นอกกว้างที่เอนลงพิงกับผนังกระจกด้านหลัง เป็นว่าอี้ชิงขึ้นไปเกยอยู่บนตัวของจื่อเทาอยู่กลายๆ แม้จะเทน้ำหนักไปให้คนตัวสูงเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงจนต้องเกาะบ่าสองข้างเอาไว้แน่น คอยบีบมือปรามไม่ให้คนที่กำลังเลิกชายเสื้อของตัวเองขึ้นสูงทำอะไรมากไปกว่านี้

 

แต่ก็ไม่ได้ผล...

“ทะ..เทา เดี๋ยว”

“อือ พี่อี้ชิง”

จะมาอือ แอ อะไรล่ะ! คนเสียหายมันเขานี่!

“ฮื่อ!”

อี้ชิงที่ลืมตาขึ้นมาหมายจะต่อว่าคนอายุน้อยกว่า กลับต้องสะดุ้งโหยง หลับตาแน่นดังเดิม เพราะปลายลิ้นที่ตวัดลงบนริมฝีปาก เป็นจังหวะเดียวกับที่นิ้วมือซุกซนย้ายขยับมาหยอกล้ออี้ชิงที่ด้านหน้าทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว เขาชักไม่แน่ใจเสียแล้วสิว่าตกลงจื่อเทามีมือกี่ข้างกันแน่ จูบกันอยู่ดีๆ ทำไมไปๆ มาๆ เสื้อผ้าถึงได้หลุดหลุ่ยไปหมด สภาพเหมือนผ่านการเสียตัวมาหมาดๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะโดนทำอะไรมากกว่าลูบคลำไปทั้งตัว

 

ก็ใช่ว่าไม่รู้ว่าคอเสื้อสีเข้มที่เลือกใส่มาในวันนี้มันออกจะกว้างมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกว้างขนาดที่ตอนนี้แขนข้างหนึ่งตกลงไปกองอยู่เกือบถึงข้อศอก แถมชายเสื้ออีกข้างก็ถูกถลกขึ้นจนเกือบจะหลุดออกไปทั้งตัวอยู่แล้ว แล้วทำไมหวงจื่อเทาถึงได้มายุ่มย่ามกับกางเกงของเขาจนมันแทบจะไม่เกาะสะโพกแบบนี้เนี่ย

“พี่ขาวจัง”

 

อี้ชิงจะไม่เดือดร้อนอะไรกับลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ตรงซอกคอสว่างอย่างที่จื่อเทาเพิ่งเอ่ยปากชมไปเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่ว่ามันแถมมากับแรงขบน้อยๆ และการดูดเม้มเสียจนอี้ชิงต้องหลับตาแน่น

 

"ตัวก็หอม"

ขาวแล้วทำไมวะ หอมแล้วทำไมวะ มันเป็นเหตุผลที่เขาจะต้องเสียตัวในตู้โทรศัพท์เหรอ!?

 

"พอแล้ว...ฝะ ฝนเริ่มซาแล้วนะ"

อี้ชิงออกแรงขัดขืนคนที่ยังเก็บเกี่ยวเอาความหอมหวานจากร่างกายตัวเองไม่จบอย่างจริงจัง ทั้งบ่ายหน้าหนี บีบหนักๆ บนบ่ากว้าง แล้วยังจะดิ้นขืนแรงอีกคนไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ กว่าที่จื่อเทาจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ก็ยังมิวายจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากอิ่ม ดึงเอาพลังงานที่เหลือน้อยนิดในตัวให้หายไปจนเกลี้ยง

"หึหึ"

 

"หัวเราะบ้าอะไร"

จื่อเทายิ้ม ไม่ตอบคำถามคนที่ยืนตัวอ่อนหมดเรี่ยวแรง จนต้องให้เขาจัดเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยให้เข้าที่ แต่ก็ยังมิวายตอดเล็กตอดน้อยระหว่างทาง จนกว่าอี้ชิงจะกลับมาแต่งตัวเรียบร้อย คล้ายเป็นปกติ เนื้อตัวก็โดนฟอนเฟ้นเสียจนทั่ว ริมฝีปากเจ่อช้ำไปหมด ซ้ำยังต้องวุ่นวายกับการหาวิธีปกปิดรอยแดงสดใหม่ทั่วลำคออีก

 

"ไปห้องพี่ได้ไหม?"

"...!"

 

อี้ชิงที่กำลังควานหาผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ในกระเป๋าถึงกับต้องตวัดตาขึ้นมองหน้าคนพูด หน้าตาจริงจังกับรอยยิ้มร้ายๆ แบบนี้ล่ะ ที่อี้ชิงทั้งเกลียด ทั้งเขิน ปากที่อ้าออกจำต้องหุบลงฉับด้วยพูดอะไรไม่ออก กลับไปก้มลงหาผ้าในกระเป๋าตามเดิม ทำเป็นไม่สนใจคนที่พยายามคลอเคลียออดอ้อน พูดจาหว่านล้อมให้อี้ชิงเห็นใจ

 

"พรุ่งนี้...พี่ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอครับ?"

 

"แล้วไง" อี้ชิงทำเสียงห้วนใส่ แต่ความจริงคือต้องเม้มปากแน่น เพราะหน้าเห่อร้อนไปหมด

"ผมอยากกอดพี่นี่ครับ...."











จำเป็นต้องพูดตรงขนาดนี้เลยเหรอวะ.......













"พี่หน้าแดงหมดแล้ว" จื่อเทาเกี่ยวปอยผมของอี้ชิงที่หล่นลงมาขึ้นทัดกับใบหู

"...."

 

"ถ้าพี่ไม่ตอบ...ผมถือว่าพี่ตกลงให้ผมไปค้างที่ห้องนะครับ"














"อือ..."

 

*

FIN

Comment

Comment:

Tweet