[SF] HEAT ... 3 (Chanyeol x Zitao x Jongin)

posted on 01 Aug 2013 10:56 by ninakooh in EXO

Title: HEAT … [3]
Author: Nina*
Paring: Chanyeol x Zitao
Rating: NC-17
Author’s note: …เอ๊ะ ยังไง // หายไปสี่เดือนกับอีก 2 วัน OTL // ฉบับคลีน ส่วนเวอร์ชั่นอันเซนเซอร์ตามหาได้จากแหล่งข้อมูลที่แจ้งไว้แถวๆ นี้นะคะ :) ตามนโยบายของ exteen ค่ะ

*

เจ็บคอ...

หวงจื่อเทาโคตรเกลียดเวลาที่ตัวเองไม่สบาย ทั้งเนื้อทั้งตัวมันหนักไปหมด จะหยิบจะจับ จะทำอะไรสักอย่าง ร่างกายมันก็พาลงอแงไม่ยอมทำตามเอาเสียดื้อๆ หงุดหงิดก็หงุดหงิด แต่ยิ่งโมโห ก็ยิ่งปวดหัว สุดท้ายก็เลยต้องนอนแผ่นิ่งๆ อยู่บนเตียงเหมือนผักเหี่ยวๆ ที่ทำอะไรไม่ได้

ผักเหี่ยวๆ อิมพอร์ทจากเมืองจีนพยายามยกท่อนแขนที่หนักอึ้งขึ้นมา หมายจะหยิบเอาแก้วน้ำที่วางอยู่ตรงโต๊ะหัวเตียง แต่เหมือนมีใครเอาชิปแม่เหล็กมาฝังเอาไว้อย่างนั้น เพราะยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น ได้แต่พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมาด้วยความหงุดหงิด นึกก่นด่ารูมเมทสองคนที่หายหัวออกไปตั้งแต่เมื่อคืน จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับกันมา

“อ้าว...มึงป่วยเหรอ งี้ก็ไปเที่ยวกับพวกกูไม่ได้อ่ะดิ”

“ไรวะ แทมินอุตส่าห์กลับมานะเว้ย”

“มึงจะให้กูลากสังขารพังๆ ไปแพร่เชื้อใส่หน้าแฟนพวกมึงหรือไง ไปไหนก็ไป สัด”

จงอินหัวเราะร่วนเมื่อคนที่สบถคำหยาบคายใส่หน้าเขากลับไอโขลกจนสภาพแทบดูไม่ได้ เป็นชานยอลที่จับไหล่จื่อเทาให้หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง พร้อมกำชับทิ้งท้ายก่อนออกไปแรดยามราตรี

“ยากับน้ำวางไว้ให้แล้ว ซื้อขนมปังวางไว้ให้ด้วย ตื่นมาแดกแล้วกัน แต่กูโทรบอกพี่อี้ชิงให้แล้วแหละ”

คนป่วยพยักหน้ากับตัวเอง เหมือนว่าชานยอลเพิ่งพูดประโยคนั้นใส่หน้า ทั้งที่ความจริงนี่มันก็กำลังจะครบสิบสองชั่วโมงที่พวกนั้นออกไปเที่ยวกันเนื่องในโอกาสแฟนของคิมจงอินบินกลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์แล้ว ส่วนจางอี้ชิงน่ะหรือ?

“หายไวๆ นะ แพนด้า พี่ไม่ว่างเลยช่วงนี้ ไว้หายดีแล้วไปทานข้าวด้วยกันนะ”

แค่นั้นแหละ...แฟนแสนดีของหวงจื่อเทา ก็เข้าใจดีอยู่หรอกว่าอี้ชิงยุ่งเอามากๆ นักศึกษาปริญญาโท พ่วงด้วยตำแหน่ง TA คนเก่ง เจียดเวลาอันน้อยนิดโทรมาแฟนที่โดนไข้หวัดจิ๊บจ้อยเล่นงานได้ก็บุญหัวแค่ไหนกันแล้วนะ หวงจื่อเทา? ไม่หรอก เขาไม่ได้น้อยใจอะไรแบบนั้น ชินแล้วด้วยซ้ำไป มันน่ารำคาญก็ตรงที่พิษไข้มันหนักกว่าที่คิด แทบอากาศร้อนจนเหงื่อไหลท่วมตัว แต่กลับลุกขึ้นมาถอดเสื้อชื้นๆ ออกไม่ได้ เพราะแค่จะพลิกตัวยังลำบากแสนสาหัส

ไปๆ มาๆ ไอ้ไข้หวัดธรรมดาจะทำเอาปางตายก็เพราะว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้สักอย่างนี่ล่ะ

“แม่งเอ๊ย...”

สบถไอร้อนพร้อมกับทุบกำปั้นหนักๆ ลงบนผืนเตียงความปวดเมื่อยแล่นร้าวขึ้นมาตามเส้นประสาท ทำเอาต้องย่นคิ้ว เพราะความโง่ซ้ำซากของตัวเอง จะโทษใครก็ไม่ได้นอกจากตัวเองที่ดันซ่าไปเล่นน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ดูฤดู เสร็จแล้วก็เหนื่อยจนหลับไปทั้งตัวเปียกๆ กลางพื้นห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ผลก็เลยหวัดรับประทาน ต้องมานอนเปื่อยประหนึ่งเป็นคนไข้โคม่านี่ล่ะ

จื่อเทายอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะเอายาใส่ปาก แล้วปิดเปลือกตาร้อนฉ่าลง นึกอยากนอนหลับหนีอาการปวดหัวให้พ้นๆ ไปซะ ถึงจะครั่นเนื้อครั่นตัวเสียจนแทบข่มตาหลับไม่ลง แต่สุดท้าย พิษไข้ก็เล่นงานจนจื่อเทาเผลอหลับไปไม่รู้ตัว

ปัง!

คนที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงบานประตูกระแทกกับกรอบไม้ดังลั่น จื่อเทาขมวดคิ้วด้วยความปวดหัว ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่แขวนอยู่ตรงผนัง ก็เห็นเลขอารบิกบอกเวลาว่าเกือบห้าโมงกว่าแล้ว นี่หลับไปเกือบครึ่งวันเลยหรือ? แต่เสียงโครมครามนอกห้องทำให้จื่อเทาไม่มีเวลาคิดคำนวนหาคำตอบของตัวเอง ไข้ที่เคยบีบคอ บีบขมับจนปวดล้าก่อนหน้า ค่อยทุเลาลงบ้าง ถึงจะยังปวดหัวตุบๆ อยู่บ้าง แต่โลกทั้งใบก็ไม่ได้กำลังเหวี่ยงไปรอบอีกแล้ว จื่อเทายกร่างชื้นเหงื่อขึ้นมาจากเตียงที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นมาจากเตียง กว่าจะเดินโซซัดโซเซไปถึงประตูห้องนอนได้ ก็ต้องมาเจอกับตัวป่วนที่ทำให้ตัวเองตื่นขึ้นมา กำลังทำหน้างงใส่หม้อ ไห กะละมัง ชาม ที่ขนออกมาจากตู้กับข้าว มือก็เกาหัีวแกรก หน้าตายุ่งเหยิงไปหมด

“ทำอะไร”

เสียงแหบจากพิษไข้ทำให้อีกปาร์คชานยอลสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันกลับมายิ้มเก้อๆ ใส่รูมเมท

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอวะ กูว่าจะไปทำข้าวต้มให้มึงอ่ะ แต่ทำไม่เป็น”

คำตอบจากชานยอลทำให้จื่อเทารู้สึกปวดหัวหนักขึ้นมากกว่าเดิม...ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ากลุ้มใจอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ก็แค่คนอย่างปาร์คชานยอล เกิดอยากจะใส่ใจสิ่งมีชีวิตร่วมห้องที่ป่วยปางตายขึ้นมากะทันหัน ถึงขั้นจะทำข้าวต้มให้ทาน ทั้งที่ปกติแค่คดข้าวใส่จานยังไม่เคยทำ

ถ้าเกิดว่าทำสำเร็จขึ้นมาจริงๆ หวงจื่อเทาจะไม่ตายเพราะอาหารเป็นพิษใช่ไหม?

“กูช่วยแล้วกัน” จื่อเทาเสนอตัว แต่แค่ขยับตัว ชานยอลก็รีบโบกไม้โบกมือเป็นผีบ้าห้ามเขาทันที แถมยังดันให้นั่งลงบนเก้าอี้ทานข้าวอีกต่างหาก

“ป่วยละก็นั่งไปเหอะ ไม่เจียม”

ต้มบะหมี่แดกยังไม่อร่อย...มึงก็ไม่เจียมเหมือนกันล่ะวะ

จื่อเทานึกค่อนขอดอยู่ในใจ แต่ด้วยป่วยกาย ก็ไม่อยากจะเถียงอะไรกับหมาบ้าให้ป่วยใจมากกว่าเดิม เลยจำยอมทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทานข้าว นั่งมองชานยอลหยิบโน่นจับนี่ด้วยท่าทีไม่เอาไหนอย่างที่คิด ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เหมือนว่าไข้จะกลับขึ้นมาอีกแล้ว โลกหมุนไปมาเบาๆ เปลือกตาสีเข้มค่อยๆ หย่อนลงปิด ท่ามกลางเสียงโครมครามเหมือนกับจะพังครัวมากกว่าจะทำอาหารให้คนป่วยทาน

.

.

.

“เฮ้ย ตื่นดิ”

แรงเขย่าที่หัวไหล่ทำให้่จื่อเทาโงหัวขึ้นมาจากพื้นโต๊ะสีมะฮอกกานี ในหัวยังรู้สึกมึนๆ เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น แถมยังมีจุดดำๆ ขึ้นอยู่ตามลูกตาอีกต่างหาก จื่อเทาสะบัดหัวสองสามที สลัดความมึนงงออกไปให้พ้นตัว ก่อนจะพบว่าข้าวต้มกุ้งควันฉุยถูกวางอยู่ตรงหน้าหนึ่งหม้อใหญ่ๆ หน้าตาก็ดูใช้ได้ทีเดียว โดยเฉพาะตอนที่ชานยอลตักมันใส่ชามแล้วตกแต่งหน้าตาเสียดูดี อย่างกับเคาะออกมาจากตำราทำอาหารอย่างนั้นแหล่ะ

“นี่แอบไปซื้อมาจากร้านข้าวต้มหน้าหอป่ะ”

“ปากเหรอมึง นี่กูพยายามอยู่ตั้งสองชั่วโมงนะ” ชานยอลทำท่าจะเอาทัพพีในมือฟาดคนปากเปราะ ในขณะที่จื่อเทาหัวเราะปนทึ่ง ทึ่งที่มันทำข้าวต้มสำเร็จแถมออกมาดูดี และทึ่งที่มันใช้เวลาทำเมนูสุดง่อยอย่างข้าวต้มตั้งสองชั่วโมง...ไม่ใช่ปาร์คชานยอลทำไม่ได้นะเนี่ย

“แดกได้แน่นะ?” จื่อเทาแหย่

“มึงจะแดกดีๆ หรือจะให้กูตักกรอกปาก”

จื่อเทาหัวเราะ ก่อนจะหยิบเอาช้อนที่วางเอาไว้ให้เสร็จสรรพมาตักข้าวต้มร้อนๆ เข้าปาก ลมอุ่นๆ ถูกเ่ป่าผ่านริมฝีปากหยักเพื่อคลายความร้อนจากอาหารมื้อเย็น รสนุ่มๆ ของข้าวต้มก็ถือว่าปาร์คชานยอลประสบความสำเร็จในการทำอาหารให้คนป่วยทานได้ดีทีเดียว แต่เรื่องรสชาติ อันนี้ก็จนปัญญาจะให้ความเห็น เพราะป่วยขนาดนี้ ประสาทรับรู้ที่ลิ้นมันด้านชาไปหมด รู้แต่ว่าก็พอทานได้

หลังจากนั้นจัดการข้าวต้มจนพร่องไปเกือบครึ่งชาม จื่อเทาก็วางช้อนลง พร้อมกับดื่มน้ำที่ชานยอลยกมาตั้งวางเอาไว้ให้ ชานยอลที่กำลังเขี่ยเม็ดยาออกมาจากถุงให้คนป่วยทาน ก็ขมวดคิ้วใส่ปริมาณข้าวต้มที่ลดไปเพียงครึ่ง

“อิ่มละ? หรือไม่อร่อย?”

“ก็แดกได้อยู่ แต่ลิ้นกูไม่รับรสว่ะ อิ่มแล้วด้วย กลืนลงคอแล้วแม่งโคตรเจ็บ” ทำหน้าปุเลี่ยนๆ ประกอบให้ชานยอลเชื่อ แต่คนสบายดีกลับไ่ม่คลายสีหน้าไม่พอใจ

“แดกแค่นี้แล้วเมื่อไหร่จะหาย แดกเข้าไปให้หมด นี่ยาก็ไม่ได้แดกเพิ่มตั้งแต่เมื่อคืนใช่มะ กูนับเม็ดไว้นะ”

จื่อเทาหัวเราะขึ้นจมูก

“มึงจู้จี้จุกจิกจังวะ ปกติใส่ใจห่าอะไรที่ไหน”

“เอ้า! ก็ปกติวัวถึกอย่างมึงเคยเป็นห่าอะไรกับใครเขาที่ไหนล่ะ อยู่ดีๆ มาป่วย กูก็ใส่ใจนิดนึง เดี๋ยวตายโหงขึ้นมา กูไม่มีคนกวนตีนก็เหงาปากแย่ดิ”

ฟังเหตุผลของคนเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็อยากยกขาขึ้นมาถีบมันสักเปรี้ยง ก็ถ้าไม่ติดว่าป่วยจนพาลไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้นนอกจากกลับไปนอนต่อแล้วล่ะก็นะ คงได้ถีบมันสักทีสองทีอย่างที่ใจนึกอยากนั่นล่ะ

จื่อเทาสั่นหัวไปมาใส่คนที่ยังพยายามคะยั้นคะยอ พูดจาหว่านล้อมให้เขาทานข้าวต้มให้หมด ปากก็บ่นหงุงหงิงว่าทำมาหม้อตั้งใหญ่ เสือกกินไปแค่ครึ่งชามได้ไง เสียน้ำใจคนทำ บลา บลา บลา ฟังแล้วอย่างกับเมียแก่ๆ ยังไงก็ไม่รู้ คิดแบบนั้นแล้วก็ทำเป็นหูทวนลม ฉวยยาสี่ห้าเม็ดมาจากมือใบพายของชานยอลกรอกเข้าปาก แล้วกลืนน้ำตามไวๆ ก่อนจะลุกหนีเสียงบ่นที่ยังไม่จบไม่สิ้นเสียที

“กูไปนอนละ”

“มึงฟังที่กูพูดมั่งป่ะเนี่ย!”

“ฟังจนกูไข้จะขึ้นอีกรอบละ คืนนี้จงอินไม่กลับห้องใช่ป่ะ มึงไปนอนห้องมันนะ เดี๋ยวติดหวัด” จื่อเทาว่าทิ้งท้าย ก่อนที่จะลุกเดินหนีคนที่บ่นไล่หลังไม่หยุด

พอเดินเข้าห้องมาได้ ไอร้อนที่สะสมมาทั้งวันก็พุ่งใส่หน้าทันที ก่อนออกไปก็ดันลืมเปิดประตูทิ้งไว้ให้อากาศมันระบายออกไปบ้าง ผลก็เลยกลายเป็นว่าเหงื่อที่สะสมอยู่ตามผ้าปูและผ้าห่มกำลังทำร้ายกันเบาๆ ใจอยากจะเอาไปเปลี่ยน แต่พอคิดว่าต้องออกแรงเพิ่ม ถึงเหงื่อจะออก แต่ก็คงไม่คุ้มเท่าไหร่กับการที่โลกจะหมุนอีกรอบ ขอนอนอีกสักคืนแล้วพรุ่งนี้จะลุกมาเปลี่ยนแล้วกัน ว่าแล้วก็ทิ้งตัวให้จมยวบไปกับเตียงนอน พอหัวถึงหมอนจื่อเทาก็หลับไปในทันที

.

.

.

จื่อเทาขยับตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ตอนที่ถูกเนื้อเย็นๆ สัมผัสเข้าที่ข้อมือจนต้องปรือตาขึ้นมามอง พิษไข้ที่ควรจะลดไปได้แล้ว เหมือนกับไม่ได้ลดลงเอาซะเลย เหมือนกับเวลาที่นอนพักผ่อนไม่ได้ช่วยอะไร ทำเอาปวดหัวตุบ แต่ดวงตาโตของใครอีกคนที่ทำให้เขาตื่นขึ้นมาเป็นอะไรที่เขาสนใจมากกว่า

“ปลุกทำไมวะ”

“แดกยาก่อน”

จื่อเทาก้มลงมองเม็ดยาสีขาวสองเม็ดที่คาดเดาเอาได้ว่าชานยอลคงไปแคะมาจากกล่องยาสามัญประจำบ้านที่มีเก็บเอาไว้อยู่ในห้องกับเขาอยู่กล่องหนึ่งออกมาล่ะมั้ง จื่อเทาเบ้ปากพลางหันหน้าหนี ให้ไข้ขึ้นจนตายยังดีกว่ากลืนเม็ดขมๆ นี่ลงคอ

“ไม่เอา”

“อย่าดื้อน่า! แดกเข้าไปให้ไข้มันลด หมอก็ไม่ยอมไปหา ยาก็ไม่ยอมแดก จะนอนให้ตายห่าเป็นผีเฝ้าหอหรือไง” ชานยอลทำเสียงโหดใส่ แต่จื่อเทาพูดตรงๆ ว่ามองตากลมเป็นลูกมะนาวของมันก็ไม่กลัวแล้ว จื่อเทาทำไม่รู้ไม่ชี้ ดึงขอบผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนี แต่ชานยอลก็มือไว ใช้มือข้างที่ไม่ได้กำยาเอาไว้ กระชากผ้าห่มในมือคนป่วยในทีเดียว ผ้าห่มก็หลุดตีมือมาเรียบร้อย ทำเอาคนป่วยอยากจะต่อยตีด้วย ติดเสียก็แต่แรงจะยื้อผ้าเอาไว้ยังไม่มี ประสาอะไรจะไปทะเลาะกับคนแรงดี

“มันขมนี่หว่า...”

ใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ลองไม้อ่อนสักนิด...เผื่อมันจะใจอ่อนแล้วไสหัวออกไปจากห้องเสียที

“โยนใส่ปากแล้วแดกน้ำตามเลยมันจะไปทันละลายใส่ปุ่มบนลิ้นมึงไหมล่ะ? มัวแต่อิดออดก็ขมสิวะ”

วะ...พูดง่าย แต่กูทำไม่ได้ มึงแดกเองเลยสิ

“ด่ากูในใจให้แดกเองล่ะสิ เสียใจด้วย นี่ไม่ใช่นิยายรักวัยใส กูไม่เอายาใส่ปากตัวเองแล้วป้อนใส่ปากมึงหรอกนะ ไปศัลยกรรมส่วนสูงให้ตัวเล็กน่าเอ็นดูกว่านี้ก่อนเถอะ แดก!”

สิ้นคำว่า ‘แดก’ ยาเม็ดขมๆ สีขาวปลอดถูกประเคนใส่ปากด้วยวิธีการบีบกรามสองข้างให้อ้าออกอย่างไม่ทันตั้งตัว เม็ดยาก็หายเข้าไปในช่องปากของจื่อเทา ไอ้จะเอาน้ำบริการให้ดื่มง่ายๆ ก็เดี๋ยวจะเป็นกาาเปิดโอกาสในการถุยยาใส่หน้าให้เสียของและเสี่ยงสิว ชานยอลก็เลยจัดการเอามือปิดปากไม่ให้จื่อเทามีโอกาสบ้วนยาออกมา ผลที่เกิดขึ้นคือความทุลักทุเลในการพยายามกลืนเม็ดยาแข็งๆ สองเม็ดให้ไหลลงคอไปด้วยความยากลำบาก เพราะทนความขมบนลิ้นไม่ไหว ปกติที่ทานยาเม็ดไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว ต้องมาทานยาแบบไม่พึ่งน้ำแบบนี้ บอกเลยว่าหวงจื่อเทาจะไม่ทน!

“โอ๊ย!”

ชานยอลสะบัดมือออกจากหน้าของจื่อเทาอย่างแรง ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายกัด / ตะกุย / ข่วน หรืออะไรบนมือของชานยอลหรอกนะ แต่หวงจื่อเทาน่ะ...ยัดเท้าเข้าท้องเต็มๆ เลยล่ะ

ตีนหนักฉิบหาย!

“อะไรวะ! ทำคุณบูชาโทษ โปรดแพนด้าได้ส้นตีนเหรอวะ” ขณะที่โวยไปด้วย เอามือกุมท้องไปด้วย ชานยอลก็ยังอุตส่าห์มีแก่ใจส่งแก้วน้ำที่เตรียมมาให้กับจื่อเทาเอาไปล้างปากและคอที่ขมปร่าไปหมดจากรสยา ไม่ได้ใจดีอะไรหรอกนะ เห็นหน้าแพนด้าสำลักเยื่อไผ่แล้วมันทุเรศน่ะ...เดี๋ยว WWF จะมาแจ้งจับเขาข้อหาทรมานสัตว์

“แหวะ กูจะอ้วก”

ลิ้นแมวของมิสเตอร์แพนด้าถูกแลบออกมานอกริมฝีปาก คล้ายเจ้าของอยากจะเอาอะไรมาถูให้คลายความขม ครั้นจะดื่มน้ำตามล้างปากซ้ำๆ ไอ้น้ำที่มีอยู่ในห้องก็ถูกจัดการจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว ก็ยังกำจัดรสขมที่ติดปลายลิ้นออกไปได้ไม่หมด เลยได้แต่ปล่อยให้ห้อยอยู่กลางอากาศอยู่แบบนั้น...เห็นแล้วมันน่า...

"เฮ้ย!"

ปลายลิ้นสีสดตวัดฉับเข้าที่ปลายลิ้นของจื่อเทาจนเจ้าของสะดุ้ง แล้วถอยกรูดหลังติดหัวเตียงด้วยความตกใจ ชานยอลกรอกตานึกถึงรสชาติที่แตะผาดๆ ว่ามันก็ขมอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ชวนแหยะจนขึ้นใจอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าท่าทีของจื่อเทาเสียมากกว่าที่ชวนให้ติดใจ

"เล่นเหี้ยอะไรเนี่ย กูไม่ใช่จงอินนะ สัด" ชานยอลฉีกยิ้มกับถ้อยคำผรุสวาท

ที่จื่อเทาพูดมันก็ถูก...ความสัมพันธ์กึ่งรูมเมท กึ่งเซ็กซ์เฟรนด์ ที่ค่อนไปทางเฟรนด์ วิธ เบเนฟิท ที่พวกเขาสามคนใช้คบหากันอยู่นี้ รูปแบบมันก็วุ่นวายตามประสาเลขคี่ที่ไม่มีทางลงตัวนั่นแหล่ะ สุดท้ายลงเอยมันมักจะจบลงที่ ไม่ใครก็ใครได้นอนกอดจงอินเสมอ มีบ้างที่เราจะเล่นทรีซัม แต่มันมักจะเป็นการแกล้งจงอินที่อยู่ตรงกลาง ทั้งชานยอลและจื่อเทายังคงรักษาอธิปไตยดินแดนเบื้องหลังเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ต้องให้แบคฮยอนหรืออี้ชิงต้องร้องเพลงจากประเทศแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัดพ้อต่อว่าตัวพวกเขาแต่อย่างใด

แต่หลังจบคืนนี้ก็ไม่แน่...

“เฮ้ย...!”

เสียงโวยรอบที่สองดังขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะขาดช่วงไป เพราะปลายเสียงนั้นถูกเปล่งออกมาไม่เต็มที่ เหตุเกิดจากเจ้าของเสียงถูกจับพลิกคว่ำจนหน้าซุกหายไปกับหมอนฟูนิ่ม มีเพียงเสียงอึกอักอยู่ในลำคอดังอู้อี้ออกมา ท้ายทอยร้อนระอุจากพิษไข้แผ่มาถึงฝ่ามือของชานยอลที่ออกแรงกดจื่อเทาเอาไว้ กระโดดขึ้นมานั่งทับอยู่ตรงแถวบั้นเอว พร้อมกับมืออีกข้างที่จัดการรวบแขนสองข้างของจื่อเทาขึ้นสูงเหนือศีรษะ มัดเอาไว้เป็นปมแน่นๆ อยู่ตรงซี่ไม้หัวเตียง

“เล่นบ้าอะไำรวะ! ชานยอล!” จื่อเทาออกแรงกระชากปมผ้าที่มาสังเกตเอาตอนหลังว่ามันไม่ใช่อะไรอื่นไกล แต่คือเสื้อบนตัวชานยอลเอง

“ก็เล่นบ้าๆ ไง แต่ไม่แน่อีกสักพักอาจจะเอาจริงก็ได้น้า...”

ทอดเสียงยียวนกวนประสาทจนเส้นประสาทของหวงจื่อเทาเครียดขึง พาลปวดตุบๆ จนเหมือนจะระเบิด

“ปล่อยกู” เค้นเสียงออกมาพร้อมกับพยายามดิ้นรนขืนแรงที่ไม่เป็นผล เพราะนอกจากปาร์คชานยอลจะดูไ่ม่ใส่ใจเท่าไหร่แล้ว เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ชานยอลชอบใช้เวลานึกสนุกกับการกระทำแผลงๆ ก็ยังดังขึ้นมาให้รู้สึกเสียดแทงว่าดูท่าว่าคืนนี้หวงจื่อเทาไม่น่าจะรอด

“ไม่”


 

 

 

 

 

 

-CENSOR-

 

 

 

 

 


“หึ...หึ...”

เสียงหัวเราะน่ารังเกียจของรูมเมทที่ปกติจื่อเทาก็ไม่ค่อยจะชอบอยู่แล้ว ตอนนี้หวงจื่อเทาให้คะแนนความน่ารังเกียจเต็มสิบ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นน่า...ม่ะ กูช่วย

หวงจื่อเทาก็อยากจะทำตัวหยิ่งๆ เอาตีนปัดมือปฏิเสธความหวังดีของปาร์คชานยอลอยู่หรอก ถ้าไม่ใช่ว่าสิ่งที่ชานยอลยื่นมือมาช่วยน่ะ จะเป็นการช่วยจัดการไอ้สิ่งที่ยังคั่งค้างอยู่ในของแข็งๆ แทนการล้างเนื้อตัวอะไรแบบนั้น

“มึงไม่รอให้กูแข็งค้างยันพรุ่งนี้เลยล่ะ ไอ้สัด”

“อ้าว...อยากได้แบบนั้นก็ไม่บอกล่ะคะ? พี่จื่อเทา”

“สันดาน!”

.

.

.

จื่อเทาตวัดตาขึ้นมองจงอินที่มายืนดูดไอติมแท่งรสมะนาวอยู่ข้างโซฟาโดยที่ไม่พูดอะไรอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะเอ่ยปากถาม

“มีอะไร”

“แขนไปโดนไรมา”

อ้อ...

จื่อเทาก้มลงมองรอยแผลที่หลงเหลือร่องรอยอยู่บ้างประปรายจากการทั้งกัด ทั้งข่วน จิก รวมไปถึงการฝังเขี้ยวจนจมลึกได้เลือดของตัวเองแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มลงสนใจกับหน้าจอแทบเล็ตบนตักต่อไป ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องน่าใส่ใจอะไรขนาดที่จงอินต้องสนขนาดนี้ก็ได้

“ก็แค่ฟัดกับหมาน่ะ”

“เหรอ.................................หมาที่ว่านี่ใช่ตัวเดียวกับที่ทำชานยอลปากแตกแดกข้าวไม่ได้ด้วยป่ะ?”

“อืม...ตัวเดียวกันแหล่ะ”

*

To be con

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (125.24.28.219|125.24.28.219) on 2015-04-07 17:22

#2 By (183.88.168.241|183.88.168.241) on 2014-10-20 10:25

#1 By (183.88.168.241|183.88.168.241) on 2014-10-20 10:25