[SF] Don't cha? (UP TO YOU)

posted on 06 Aug 2013 21:47 by ninakooh in UpToYou

Title: Don’t cha
Author: Nina*
Paring: No Pairing
Rating: PG
Author’s note: อ่านจบแล้วคิดว่าเป็นคู่ไหนบอกกันได้น้า :]

 

*

 

Why don’t you do something?

 

*

 

กรุบ กรุบ

เสียงขนมปังแท่งอบเคลือบช็อกโกแลตถูกกัดดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเท่าความอยากของหวานของคนที่นั่งจดจ้องอยู่ภาพและตัวอักษรในหนังสือการ์ตูน โดยคนที่ยืนพิงกรอบประตูมาได้สักพักกอดอกยืนมองภาพดังกล่าวอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่คนถูกมองก็ไม่ได้รับรู้และไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่จมจ่อมอยู่กับโลกในการ์ตูนเรื่องโปรด ซ้ำยังครอบหูด้วยเฮดโฟนอันใหญ่ด้วยเพลงต่างๆ มากมายเสียจนไม่สนใจอะไรรอบตัวทั้งนั้น

จากระยะตรงนี้ก็ไม่ได้ใกล้ไกลอะไรจากคนบนโซฟานักหนา ไม่ถึงกับเห็นเศษขนมอบร่วงลงไปในซอกหนังสือ แต่ก็มากพอจะเห็นทุกสีหน้าที่ขยับแปรเปลี่ยนไปตามเนื้อหาที่กำลังอ่าน ทั้งยิ้ม หัวเราะ จนดวงตาเป็นประกายสดใสหยักโค้งลงจนยิบหยี ไหนจะคิ้วมนที่ขมวดมุ่นเข้าหากันยามไม่เข้าใจ

จะแบบไหนก็น่ามองไปเสียหมด...

 

“จะกินเข้าไปเลยไหมล่ะ...จะได้ไปตั้งเตารอไว้ให้”

เสียงกระซิบเชิงเสียดสีที่ดังมาจากทางด้านหลังฟังดูช่างคุ้นเคย ทำเอาคนที่โดนเหน็บหัวเราะขึ้นมาเบาๆ เขาไม่ได้ว่าอะไรกับคนที่ถือวิสาสะเอาคางมาเกยอยู่บนบ่า เพียงแต่หยักไหล่ แล้วเอื้อมมือไปดีดที่หน้าผากเด็กสู่รู้เสียทีด้วยความหมั่นไส้

“ของแบบนี้เขาต้องกินสดๆ ไม่รู้หรือ”

 

“แหวะ...จะบ่มอีกนานไหมล่ะ? เห็นทะนุถนอมมาเป็นปีๆ ถ้าเป็นลูกวัวป่านก็เอาไปทำแม่พันธุ์แทนได้แล้ว”

 

ทั้งน้ำเสียง ทั้งสีหน้าบ่งบอกว่ารังเกียจอย่างไม่มีปิดบัง แต่คนฟังกลับไม่ถือสา เพราะคนพูดเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะหาความ เพียงแต่อยากจะกระแนะกระแหนเขาไปอย่างนั้นเอง

 

“พูดมาก ไปจัดการเรื่องคนของตัวเองเถอะ”

 

พอถูกตัดบท คนที่เข้ามาแจมก็ทำหน้างอใส่ ก่อนจะทำปากยื่นปากยาวบ่นหงุงหงิงฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาคนที่นั่งอ่านการ์ตูนอย่างมีความสุขอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ ‘ลูกวัว’ จะสะดุ้งตกใจจนขนมแท่งเคลือบช็อกโกแลตหักครึ่งคาปาก หล่นลงไปบนหนังสือการ์ตูน ดวงตากลมหันกลับไปมองคนที่พุ่งเข้ามาทำให้ขวัญกระเจิงด้วยสายตาตื่นตระหนก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร กล่องขนมว่างเปล่าถูกทุบลงไปบนตัวของเด็กตัวแสบไม่ยั้ง ปากก็พร่ำบ่นไม่หยุด แต่ก็ใช่ว่าจะไร้รอยยิ้มเสียทีเดียว

 

จะบอกว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องก็ไม่ใช่...แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นนักหนาหรอก

 

พอเจ้าตัวยุ่งเดินหนีหายออกไป ปล่อยให้คนที่เพิ่งถูกแกล้งไปหมาดๆ บ่นฮึดฮัดอยู่คนเดียว ก่อนจะกลับไปสนในโลกการ์ตูนพร้อมกับขนมของโปรดตามเดิม

 

ถูกล่อด้วยการ์ตูนและของกินได้ง่ายๆ นี่มันเด็กน้อยจริงๆ

 

“พี่หลบหน่อยได้ป่าว จะเข้าไปเอาขนม”

 

ภาพคนบนโซฟาที่สะดุ้งทำเอาคนที่กำลังมองอยู่รู้สึกตัวขึ้นมาว่ามีคนยืนจ้องตัวเองอยู่ ดวงตาที่กระพริบขึ้นลงปริบๆ ใส่เขาทั้งสองคู่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันเสียจริง และที่สำคัญ ทำเอาเขาอยากรู้เหลือเกินว่าวันนี้มันมีของดีอะไรอยู่ในครัว ถึงได้ขยันเดินเข้าออกกันเป็นว่าเล่น ขัดจังหวะกันเป็นพาเหรดเสียแบบนี้

“โทษที”

 

เขายอมหลีกทางให้โดยไม่ปริปากบ่นว่าอะไร ทั้งที่ในใจนึกขุ่นเคือง หันไปมองสบกับดวงตากลมที่ยังคงมองมาทางนี้ตาแป๋วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ส่งยิ้มบางให้คนที่ยังคงเคี้ยวขนมเต็มปาก ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปหาคนที่มองตามเขาทุกย่างก้าว

 

“ทานไหม?” ไม่ต้องรอคำตอบให้เสียเวลา คนตัวเล็กกว่าหยิบยื่นขนมรสช็อกโกแลตมายื่นจ่อถึงตรงริมฝีปากทันทีที่เขาทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง

 

แน่นอนว่าในเมื่อมี ‘ของกิน’ มาจ่อถึงปาก จะให้ปฏิเสธก็กระไรอยู่ จริงไหม?

 

แทนคำตอบรับ แนวฟันขาวขบลงไปบนแท่งขนมดังกรุบ ก่อนที่ริมฝีปากจะเม้มมันเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ดึงยื้อมันออกมา พออีกฝ่ายทำท่าจะผละมือออก ฝ่ามือใหญ่ก็รวบเอามือข้างนั้นเอาไว้ ใช้ทั้งมือและสายตาจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าไม่วาง

ความเงียบที่ไม่มีจริงโรยตัวลงช้าๆ รอบตัว ทันทีที่ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง ดวงตากลมเป็นประกายมีแวววูบไหวด้วยความไม่เข้าใจ มือที่สั่นน้อยๆ อย่างคนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ ควรจะสะบัดมือทิ้งไป แล้วโวยวายอย่างที่เคย หรือออกปากบ่นว่ากำลังเล่นอะไร

 

แต่ทำไมมองดวงตาของอีกคนแล้วมันเหมือนมีอะไรมายึดริมฝีปากเอาไว้จนแน่น...ควานหาคำพูดออกมาไม่ได้สักคำ

 

เรียวปากยกยิ้มเชื่องช้า เช่นเดียวกับที่ใบหน้าค่อยๆ เลื่อนขยับให้ระยะย่นเข้ามาหากันเรื่อยๆ ชิดเสียจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกันอย่างชัดเจน ขณะที่คนนึงหายใจเข้าออกเรียบลื่นเป็นระบบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กับอีกคน รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถยนต์ความเร็วสูง กล้ามเนื้อหัวใจเต้นแรงเสียจนน่ากลัวว่ามันจะหยุดทำงานไปเสียเฉยๆ เพราะทำงานหนักเกินไป

 

แต่ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดมากไปกว่าปลายจมูกเฉียดกันไปมา คนที่ทำเอาเจ้าของขนมแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆ ก็พลันผละใบหน้าออกไปเสียเฉยๆ พร้อมกับเศษขนมที่หักคามือคนตัวเล็กกว่าที่เผลอกำมันเอาไว้จนแน่น

“หึ...”

 

เสียงหัวเราะขึ้นจมูกทำเอาฉุนขึ้นจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยั๊วะจัด จัดการปาขนมที่เหลืออยู่ในมือใส่คนที่สะบัดหน้าหลบได้ทันเวลา พร้อมกับเสียงหัวเราะน่ารำคาญที่ฟังแล้วน่าโมโหกว่าเดิมเสียอีก

“เล่นบ้าๆ”

 

“ใครว่า? เห็นทำหน้าตาตื่นก็เลยไม่ทำต่อต่างหาก...”

 

“นี่!”

 

“ไม่เอาน่า...โมโหอะไร ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เอ้า ทานขนมไป จะได้อารมณ์ดี น้ำตาลมันก็ดีต่อร่างกายและอารมณ์นะ” คำหลอกล่อให้เฉไฉไปเรื่องอื่น ไม่ได้ช่วยทำให้หงุดหงิดน้อยลงสักนิด แต่เห็นแก่ขนมอร่อยๆ (ที่เลือกมาเอง) ก็เลยยอมคว้าขนมแท่งในมือของอีกคนมายัดใส่ปากรวดเดียวสามสี่อัน ภาพเศษขนมที่หล่นกระจาย ไร้ซึ่งความน่ามอง เพราะท่าทางเคี้ยวขนมเหมือนกระต่ายกินแครอทใกล้บูดนั่นมันน่าตลก แต่ก็น่าเอ็นดูเสียจริง

“เป็นอะไรไป...ขนมมันไม่อร่อยหรือไง เคี้ยวไป คิ้วขมวดไป”

จัดการส่งขนมอีกหนึ่งแท่งไปจ่อตรงริมฝีปากที่ยังคงคว่ำลงด้วยความเคือง ประกายตาล้อเลียนตรงหน้าราวกับจะตีรวน แต่ร่างกายเห็นแก่กินนี่มันก็ดันไม่รักดี อ้าปากรับปลายแท่งขนมเข้าปากมาเฉย พอจะตวัดหนีคนขี้แกล้ง มือหนาก็ยื่นมาคว้ารวบท้ายทอยเอาไว้ พร้อมกับที่ปลายขนมอีกด้านทุกงับเอาไว้ด้วยฟันขาว ยิ้มบางกวนประสาทไม่ทำให้ตกใจเท่าการกระทำที่ยังสัมผัสตรงต้นคอเลยสักนิด

 

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรสักอย่างเสียงกรุบ กรุบ จากตรงหน้าก็ขยับใกล้เข้ามาเร็วเสียจนต้องหลับตาหนี เพราะหนีไปไหนไม่ได้ เพราะถูกมือใหญ่ยึดไว้ราวกับคีม แต่จะให้ทนจ้องตากับอีกฝ่ายหรือไม่มีทางเสียหรอก เบือนหน้าหลบเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งที่รู้ว่าไปไหนก็ไม่รอด

 

ก็เพราะ...

 

“ดูทำหน้าเข้า...อยากให้จูบหรือไง”

 

“....................!!!”

ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เสียงที่ทักขึ้นมา พร้อมกับน้ำหนักตรงหลังมือที่หายไป ทำให้รู้ตัวว่างับขนมหลับตาปี๋ใส่อากาศอยู่คนเดียว ส่วนอีกคนน่ะหรือ ก็ถอยหลังไปพิงพนักกัดขนมใส่ปากอยู่กร้วมๆ ไงล่ะ

“อ้าว ทำหน้าโมโหอีกแล้ว...นี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย สงสัยจะอารมณ์ไม่ดีอยู่สินะ ไปก็ได้”

ว่าไว้อย่างนั้น พร้อมกับรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ทิ้งท้ายเอาไว้ให้โมโหหนักกว่าเดิมเสียอีก แล้วก็เดินตัวปลิวจากไป โดยทิ้งอีกคนให้ฟาดหัวฟาดหางเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียวบนโซฟา

 

ก็เพราะไม่ทำไงล่ะเลยโมโห! บ้าจริง...........!

 

*


FIN

Comment

Comment:

Tweet

เค้าอ่านแล้วเห็นเป็นมยองจงอ่าาาาาา
คือไอ้ตากลมๆกับไอ้รอยยิ้มน่าหมันไส้นี่มันเน่กับแอลชัดๆในหัวเรานะ

#2 By phitnattha on 2013-08-08 03:51

สารภาพว่าตอนแรกจะมโนเป็นเทาเล่ย แต่เริ่มวรรคแรกมาก็มโนภาพอี้ชิงเคี้ยวขนมกร้วมๆงุ้งงิ้งๆไม่ออก เลยกลายเป็นคริสลู่ 5555555555555555555555
อิพี่คริสพบ้าาาาาาาาาาา แกล้งน้องลู่ตะมายยยย น่าย๊ากกกกก 55555555
แต่แกล้งละแกล้งไม่สุดนะคะ นี่ไล แย่มากกกกก #ต่อยตี
อันนี้เรียกถนอมหรือไม่กล้าทำอะไรคะ แน่จริงจูบดิ พโถ่วววว เค้าให้ท่า(ไม่รู้ตัว)ขนาดนี้ละ
แต่แบบน้องลู่กินหนมกรุบๆนี่มันน่าร๊ากม๊ากกกกกกก พี่คริสอย่าทนค่ะ อย่าทน เดี๋ยวตายด้านนะ #ไม่เกี่ยว


นี่เม้นซะคริสลู่เต็มๆ แต่คิดอีกที นิสัยเสียๆของอิเมะเรื่องนี้มันพี่มินซูชัดๆ มายั่วน้องให้อยากละตีมึนเดินหนีเอาดื้อๆเนี่ย 55555555555555555555555
อ่านอีกทีมโนเป็นแคปโจก็ได้อ่ะ โอ้ย ยังไง แอลโจกะลู่หานก็เหมือนๆกันใช่มะ
ฟิคมุ้งมิ้งมากนะคะ รอคริสลู่ของจริงอยู่นะ ขูบบบบบบบบบ ♥

#1 By HOLINESZ* on 2013-08-07 10:01