[SF] How To Wake Up That Kid ... 2 (CHAN x KAI)

posted on 14 Aug 2013 22:18 by ninakooh in EXO

Title: How To Wake Up That Kid [2]
Author: Nina*
Paring: Changyeol x Jongin
Rating: PG
Author’s note: ไปซื้อของด้วยกันไหมคะ? 2/2

 

*

 

“ระวังพวกแฟนๆ ด้วยล่ะ” 

 

ชานยอลพยักหน้ารับคำผู้จัดการที่เดินออกมาส่งที่หน้าประตู ก่อนจะเดินนำหน้าจงอินที่ขยับฮู้ดขึ้นคลุมเส้นผมสีสว่างที่อาจตกเป็นเป้าสายตาได้ง่าย

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ชานยอลที่ออกปากชวนจงอินให้ไปหาซื้อของใช้และของกินเล่นเอาไว้ตั้งแต่เที่ยงก็ได้ฤกษ์อายุรยาตรออกจากหอพักได้เสียที เสียงฝีเท้าดังก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของบันไดหนีไฟที่เงียบงัน ทำเอาจงอินทำตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ ก็บรรยากาศแปลกๆ ระหว่างตัวเองกับชานยอลที่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เที่ยงน่ะสิ สีหน้าร่าเริง ยิ้มแย้มเป็นปกติของชานยอลนั่นล่ะ ที่ผิดปกติ

 

บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันไม่ผิดปกติตรงไหน...ถ้าเลือกได้ เขาอยากออกมาเดินซื้อของกับคนอื่นมากกว่า ขนาดทางเดินที่ทอดยาวไปซูเปอร์มาเก็ตแถวนี้ยังเงียบผิดสังเกต ถึงแม้ว่าเวลาปกติมันจะไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วก็เถอะ

 

ใช้เวลาสักพักก็เดินมาถึงซูเปอร์มาเก็ตที่ตั้งใจกันไว้ ชานยอลคว้าเอาตระกร้าขึ้นมาใบหนึ่ง แล้วก็เดินไปโดยไม่รอจงอิน ทำเอาคนอายุน้อยกว่าเป็นงง

 

ตั้งแต่เที่ยงถึงสามทุ่มนี่ยังไม่พูดกันสักคำ อย่าว่าแต่บทสนทนาเลย หน้ายังไม่มองกันสักนิด แล้วจะชวนออกมาทำไมกันเนี่ย?  

 

ก็ได้แต่คิดเคืองอยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรที่เสี่ยงต่ออารมณ์ของชานยอล ในภาวะที่ไม่รู้แน่ว่าชานยอลกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน คิมจงอินยินดีที่จะสงบปากสงบคำ ตามใจปาร์คชานยอลอยู่แล้ว

 

ชานยอลเดินตรงเข้าที่ไปโซนอาหารเป็นอย่างแรก แต่ของที่ถูกจับโยนใส่ตะกร้าไม่ใช่อาหารสด หรือพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูป แต่เป็นบรรดาเบค่อน ไส้กรอกรมควัน โบโลน่า และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่จงอินชอบเป็นพิเศษ จงอินตั้งท่าว่าจะเปิดปากถาม แต่ชานยอลก็ผละจากตู้แช่ไส้กรอกไปที่โซนผลิตภัณฑ์ประเภทนมแทน

 

นมรสจืดแบบพาสเจอไรส์สองขวด น้ำส้มคั้นสองกล่อง ขนมปังหนึ่งแถว เนยเค็มยี่ห้อออร์คิดส์ลดคาสี่ก้อน เส้นสปาเกตตี้สามห่อ ขนมขบเคี้ยวหลายถุง และสุดท้ายเบียร์กระป๋องหนึ่งโหล

 

นี่ปาร์คชานยอลกำลังโมโหอะไรหรือเปล่า? 

 

ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรอีก ชานยอลก็หมุนตัวออกจากตู้แช่ แล้วเดินดุ่มๆ ไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน ของทั้งหมดในตะกร้าถูกลำเลียงลงถุง พร้อมกับบัตรเครดิตที่ถูกใช้แทนเงินสด ชานยอลตวัดลายเซ็นลงบนสลิปแล้วก็คว้าถุงทั้งหมดออกไปอย่างรวดเร็ว จงอินก็ได้แต่ยืนอึ้งๆ งงๆ ก่อนจะวิ่งไล่ตามคนอายุมากกว่าไป

 

จงอินก้าวข้ามธรณีประตูมาได้ ก็รีบตามชานยอลที่เดินนำไปไกลแล้ว ทั้งที่จงอินก็ว่าตัวเองไม่ใช่คนขาสั้น แต่เมื่อเทียบกับขายาวๆ ที่จ้ำเอาๆ แบบนั้นของชานยอลแล้ว จงอินถึงกับต้องกุมซี่โครงที่เสียดจี๊ดขึ้นมา เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาถึงหอพักที่ชานยอลกำลังกดรหัสเข้าประตู

 

“พี่ชานยอล...”

 

จงอินถือวิสาสะคว้าแขนชานยอลเอาไว้ก่อนที่อีกคนจะเดินขึ้นบันไดไปเร็วกว่านี้ ก็เจ้าตัวเล่นก้าวยาวๆ ทีละสามขั้นแบบนั้น ชานยอลอาจจะไม่เหนื่อย แต่เขาเหนื่อย แล้วเขาก็ไม่เข้าใจด้วย

 

ใบหน้าของชานยอลหันกลับมามอง ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

หน้าตาเฉยเมยของอีกฝ่ายกับพฤติกรรมประหลาดที่รบกวนใจ ทำให้จงอินรู้สึกโมโหนิดๆ ที่ชานยอลกำลังทำให้เขาสับสนและงุนงง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไรสักนิด จงอินขบฟันลงบนริมฝีปากล่างอย่างช่างใจ ก่อนจะที่ตัดสินใจเอ่ยปากถามเรื่องที่ค้างคาใจ

 

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

“เปล่า”

 

ตอบกลับมารวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด ซ้ำยังจ้ำพรวดๆ ขึ้นไปอีกสองชั้น จนจงอินต้องวิ่งตามจนเสียงฝีเท้ากระแทกดังไปทั่ว จงอินคว้าไหล่ชานยอลได้ก็ออกแรงผลักจนอีกฝ่ายกระแทกกับกำแพง ถึงจะไม่ได้แรงนัก แต่จงอินก็อดสะดุ้งไม่ได้ที่ตัวเองเผลอทำตัวไม่มีมารยาทออกไป

 

“ขอโทษครับ”

 

ชานยอลไหวไหล่นิดๆ ปล่อยมือจากถุงของที่หอบหิ้วมาลงกับพื้น แล้วกอดอกมองคนที่ยังยืนจังก้าไม่ยอมหลบไปไหน แต่ก็ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมา

 

“มีอะไรก็ว่ามาสิ ฉันง่วงแล้ว”

 

ประโยคที่สองที่ชานยอลยอมปริปากพูดไม่ได้ช่วยทำให้อารมณ์ของจงอินดีขึ้นสักนิด ถามมาได้ไงว่าเขามีอะไร? ตัวเองนั่นแหล่ะ เป็นบ้าอะไรทำไมไม่พูด

 

“พี่โกรธผมเหรอ?”

 

“ฉันจะไปโกรธนายเรื่องอะไรล่ะ? จงอิน”

 

“ก็...” เรื่องที่จูบกับพี่แบคฮยอน...ไม่มีทาง จงอินไม่มีทางพูดเรื่องนี้ออกมาแน่ๆ เขาไม่รู้สักหน่อยว่าอีกฝ่ายรู้จริงๆ หรือเปล่า ว่าเมื่อกลางวันเขาจูบกับพี่แบคฮยอนในห้องนอน ขืนพูดออกมาตอนนี้ แล้วอีกฝ่ายไม่ได้รู้เรื่องนี้สักหน่อย ก็ขุดหลุมฝังตัวเองกันพอดี

 

สีหน้ายุ่งเหยิงที่บ่งบอกว่าจงอินกำลังปวดหัวกับความคิดแค่ไหน ทำให้ชานยอลอยากจะหัวเราะออกมาให้คนทั้งโลกได้ยิน แต่กลับซ่อนอารมณ์เอาไว้ภายใต้หน้ากากเรียบเฉยอย่างแนบเนียน มีเพียงความเงียบที่กดดันความรู้สึกเท่านั้นที่ปาร์คชานยอลส่งให้กับจงอิน

 

“ถ้านายไม่พูด ฉันจะ...”

 

“พี่โกรธที่ผมจูบกับพี่แบคฮยอนใช่ไหม?”

 

ในที่สุด... 

 

“หืม? ว่าไงนะ...ไหนลองพูดอีกทีซิ คิมจงอิน นายจูบกับใครนะ” ยิ้มร้ายที่กดลึกลงบนใบหน้า ทำให้จงอินรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปเสียแล้ว แต่จะให้วิ่งหนีตอนนี้...จะไปไหนได้ล่ะ เมื่อครู่ยังเป็นฝ่ายผลักจนชานยอลติดกำแพงอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายที่ต้องห่อตัวอยู่ในมุมแคบๆ ของทางเดินหนีไฟ โดยมีแขนสองของปาร์คชานยอลล้อมกรอบเอาไว้

 

“...” จงอินเม้มปากแน่น ไม่ยอมสบตา ไม่ยอมตอบคำถามของชานยอล แต่ชานยอลก็ไม่คิดฝืนใจจงอินหรอกนะ ก็ได้ยินอะไรที่อยากได้แล้วนี่

 

ชานยอลมองคนที่ก้มหน้าลงชิดอก หลบสายตาของเขาแล้วก็นึกอยากเอ็นดูขึ้นมา

 

"...!" จงอินสะดุ้งน้อยๆ เมื่อชานยอลแตะหลังมือลงตรงข้างแก้ม ดวงตาช้อนขึ้นมองด้วยแววตื่นตระหนก ก่อนจะต้องขบฟันด้วยความอาย เมื่ออีกฝ่ายส่งรอยยิ้มบางๆ มาให้ ซ้ำสายตายังดูเจ้าชู้อย่างไม่ปิดบัง

 

"เด็กนิสัยไม่ดี..." จงอินหลับตารับคำต่อว่าที่ดังแผ่วชิดใบหู ลมหายใจร้อนของชานยอลไม่ได้ทำให้ใจสงบหรือรู้สึกดีแบบที่แบคฮยอนทำได้ แต่กลิ่นคุ้นเคยของบุหรี่ยี่ห้อโปรด ผสมกับกลิ่นกายของชานยอล มันทำให้ความคิดกระเจิดเจิง ฟุ้งซ่านจนรวบรวมสติไว้ไม่ได้เสียที ไม่ต้องให้ชานยอลตอกย้ำด้วยการคลอเคลียริมฝีปากไปมาตามแนวคางและลำคอ จงอินก็แทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว

 

"ทำไมนอกใจพี่แบบนี้ล่ะ" จงอินย่นจมูกใส่คำกล่าวหาข้อต่อมา เอาที่ไหนมาพูดกันว่านอกใจ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

 

"ต้องโดนทำโทษ"

 

อีกแล้ว... 

 

โดนทำโทษอีกแล้ว จงอินไม่เคยเข้าใจพี่สองคนนี้เลยสักนิด ว่าทำไมถึงจ้องจะผลัดกันแกล้งเขาอยู่แบบนี้ ทั้งที่ไม่เคยมีใครเคยเอ่ยปากอะไรทำนองว่าอยากจะเป็นแฟนกับเขาสักคำ จะมีก็แต่ท่าทีหยอกเย้าทีเล่นทีจริงเท่านั้นแหล่ะ ที่ทำให้จงอินรู้สึกว่าไม่ได้คิดไปเองว่าสองคนนี้ชอบมาทำอะไรเกินเลยกับเขาอยู่เรื่อย

 

"แลบลิ้นออกมาซิ จงอิน" 

 

จงอินทำตามประโยคคำสั่งที่ไม่ควรขัดขืน พร้อมกับหลับตาลง เป็นจังหวะเดียวกับที่คนเอาแต่ใจก้มหน้าลงมา แรงงับที่กดลงบนปลายลิ้นทำให้จงอินต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ก่อนที่ปาร์คชานยอลจะแทรกลิ้นเข้ามา

 

วิธีจูบของชานยอล ก็เหมือนวิธีที่ชานยอลใช้ปฏิบัติกับเขานั่นล่ะ หยอกล้อ เอาแต่ใจ รุกไล่ไม่สนใจว่าจงอินจะคิดยังไง หรือจะตอบรับกลับมามากน้อยแค่ไหน เพราะยังไงชานยอลก็จะทำจนกว่าจงอินจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหว กลับเป็นฝ่ายเข้าหาเขาเสียเอง

 

"อึก..."

 

ริมฝีปากล่างถูกงับแรงๆ เป็นการทิ้งท้าย หลังจากที่ชานยอลเก็บเกี่ยวความหวานหอมจากจงอินจนพอใจแล้ว แต่ชานยอลก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่จูบ คอเสื้อถูกดึงออกกว้าง จนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจมูกและปากของชานยอลที่กดลงซุกไซร้ไปตามผิวน้ำผึ้ง เก็บเกี่ยวทุกอย่างที่อยากจะได้ขึ้นมา ไม่สนใจแรงขืนและเสียงอ้อนวอนประท้วงของอีกคน

 

ปาร์คชานยอลไม่สนใจแม้กระทั่งสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูกพบเห็นด้วยซ้ำไป

 

"เด็กดี"

 

จงอินนึกอยากจะเบะปากร้องไห้ แล้วอาละวาดใส่คนตรงหน้าให้สมใจอยาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหรุบสายตาลงต่ำ หลบยิ้มของชานยอลที่ยังคงยิ้มแล้วยิ้มอีกให้กับรอยประทับแสดงความเป็นเจ้าของตรงซอกคอ

 

"ไปกันเถอะ"

 

ชานยอลยกถุงที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ขึ้นมา แล้วยื่นฝ่ามือใหญ่ไปกอบกุมมือของจงอินเอาไว้หลวมๆ พาเดินขึ้นบันไดไปด้วยจังหวะการเดินที่ช้าลง ถ้าจงอินไม่ได้หูแว่วไปเอง เขาเหมือนได้ยินชานยอลฮัมเพลงเสียด้วยซ้ำ

 

ประตูห้องน้ำปิดลงพร้อมกับเสียงพรูลมหายใจ ร่องรอยจางๆ ที่จุดเชื่อมระหว่างคอกับสันกราม เหมือนจะมองไม่ชัด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เห็น ทำไมปาร์คชานยอลถึงชอบสร้างความลำบากใจให้เขานักนะ

 

จงอินยกมือขึ้นถูรอยช้ำแรงๆ ด้วยความโมโห


รอยแค่นี้ แค่ใช้รองพื้นปาดลงไปก็มองไม่เห็นแล้ว แต่ถ้าเขาโดนนูน่าทักขึ้นมาจะให้ตอบว่ายังไงกันล่ะ พอกันเลย ทั้งปาร์คชานยอลและพยอนแบคฮยอน ทำไมชอบสร้างปัญหาให้เขานัก

 

"เฮ้อ...."


 

ช่างเถอะ จ้องมันไปก็ใช่ว่าจะหายเสียหน่อย เอาเวลาไปอาบน้ำให้สมองโล่งๆ เถอะ เผื่อจะคิดข้อแก้ตัวดีๆ ออก 

 

*


FIN 

Comment

Comment:

Tweet

อิบ้าาาาาาา *ฟาดรัวๆๆๆๆๆ*
อะไรกานนนนนนน อิคุณปาร์คคะ
ชวนน้องไปซื้อของ แต่ไม่มองหน้าน้อง ไม่คุยด้วย เดินไม่รอ แล้วจะชวนน้องไปเพื่อ? อิบ้าาา!!
เข้าใจโกรธ แต่โกรธเรื่องอันใดเล่า
แต่สุดท้ายจงอินก็เฉลย เข้าใจว่าที่อิแาร์คทำมาเพื่อบีบคั้นน้อง เป็นไงล่ะ พอฟังเฉลยล่ะอึ้ง ทีแรกนึกว่าจะโกรธ แต่ ตรงกันข้าม อิปาร์คคคคคค อ่ากกกกกกกก เจ้าเล่ห์ที่สุด ทั้งจูบทั้งทำรอย เอาแต่ใจมากเลย จงอินก็ยอมหมด ที่ยอมนี่เพราะรักหรือขัดขืนไม่ได้ แต่ว่าถ้ายอมให้ทำขนาดนี้ต้องมีใจบ้างล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

#1 By I'm E.L.Fish on 2013-08-24 11:13