[SF] How To Wake Up Your Hyung (CAPJOE)

posted on 17 Sep 2013 10:34 by ninakooh in CAPJOE

Title: How To Wake Up Your Hyung
Author:
Nina*
Paring:
Minsoo & Byunghun
Rating:
PG
Author’s note:
แก้บน 2/5

 

*

 

“ไปปลุกมินซู”

 

บยองฮอนไม่แน่ใจว่าทำหน้าเหมือนอยากจะตายหรือว่ามีใครบังคับให้เขาเคี้ยวบอระเพ็ดสดๆ กันแน่ ทั้งวงที่ล้อมโต๊ะกันทานข้าว รวมถึงพี่ผู้จัดการถึงได้ระเบิดขำกันออกมาแบบนั้น โดยเฉพาะไอ้มักเน่ที่ขำเสียงดังกว่าใครเพื่อน พอส่งสายตาพิฆาตไปก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่เห็นหรอกนะว่ายังกลั้นขำจนไหล่สั่นน่ะ

 

ว่ากันตามตรงก็ไม่แปลกใจนักหรอก ที่จงฮยอนมันจะขำเสียขนาดนั้น...รู้ตัวอยู่หรอกว่าตัวเองตอนตื่นมันงี่เง่าขนาดไหน แล้วไอ้คนที่ต้องรับเวรกรรมมาปลุกเขาทุกเช้าก็ไม่พ้นจงฮยอนที่เป็นรูมเมทกัน (แน่นอนนว่าคนอย่างอีชานฮีที่เป็นรูมเมทอีกคนไม่คิดจะใส่ใจอะไรทั้งนั้นแหล่ะ) เพราะงั้นจงฮยอนมันก็คงสะใจไม่น้อยที่จะเห็นเขาโดนกรรมตามทันเสียบ้าง

 

ก็ทุกทีหน้าที่ปลุก ‘แคปฮยอง’ น่ะ ตามปกติมันหน้าที่พี่ผู้จัดการที่วันนี้ไม่รู้นึกครึ้มหรือกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โบ้ยหน้าที่ที่เท่ากับการเอาตัวเองไปเสี่ยงแต่เช้า ว่าจะโดนถีบท่าไหน หรือจะโดนเหวี่ยงอะไรกลับมา

 

กูล่ะกลุ้มใจ...

 

ทำหน้าลำบากใจรีๆ รอๆ อยู่หน้าห้องส่วนตัวของบังมินซูอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลั้นใจบิดลูกบิดประตู โดยไม่เคาะขออนุญาตก่อน

 

ต้องทำความเข้าใจนิสัยการนอนและการตื่นของบังมินซูกันก่อน

 

1. บังมินซูเป็นผู้ชายที่ง่วงนอนตลอดเวลาเหมือนหมีโคอาล่าเมาใบยูคาลิปตัส

2. บังมินซูเป็นผู้ชายที่หลับได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าแถวนั้นจะเสียงดังแค่ไหนหรือมีใครที่ไม่รู้จักนั่งอยู่เต็มไปหมด

3. บังมินซูเป็นผู้ชายตื่นง่าย แต่ไม่ยอมลืมตาให้เห็นง่ายๆ ว่าเจ้าตัวน่ะตื่นแล้ว

 

สรุป ความยากในการปลุกของผู้ชายชื่อบังมินซูไม่ได้อยู่ที่การทำให้เจ้าตัวตื่น หรือว่าเจ้าตัวโมโหร้ายเวลาตอนตื่นนอน (แบบเขา) แต่บังมินซูเป็นประเภทไม่ยอมลุกจากเตียง ซึ่งนั่นเสียเวลา เปลืองพลังงานและน่าโมโหจะตายไป

 

เส้นผมสีอ่อนที่ถูกกัดมองดูอย่างไรก็ไม่คุ้นตาเอาเสียเลยโผล่พ้นออกมาจากขอบผ้าห่ม ภายในห้องมืดสนิทสมกับเป็นถ้ำหมีอย่างที่ชางฮยอนเคยให้นิยามเอาไว้

 

ไม่ค่อยมีเมมเบอร์คนไหนได้เข้ามาในห้องนี้บ่อยนัก รวมถึงตัวเขาเองด้วย ก็เลยอดไม่ได้ที่จะแอบสำรวจห้องของลีดเดอร์สักนิด ภายในห้องมืดสนิทและเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงเดินหน้าทำงาน แม้ว่าจะเป็นเวลาสายมากแล้ว เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ปลายเตียงที่เจ้าของห้องนอนหลับสนิทอยู่...เอ่อ เดาเอาว่าเจ้าตัวยังหลับอยู่น่ะนะ

 

ข้าวของในห้องมีเพียงไม่กี่ชิ้น ห้องของบังมินซูออกจะเป็นระเบียบกว่าที่คิด ไม่รู้ว่าเจ้าตัวขยันเก็บห้องบ่อยๆ หรือขี้เกียจแม้แต่จะรื้อของออกมาจากที่เก็บกันแน่? คิดว่าคงเป็นแบบหลังมากกว่า...

 

เครื่องใช้ที่ดูจะได้รับการใช้งานหนักที่สุดก็คงหนีไม่พ้นปลั๊กไฟที่มีสายชาร์จต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือและเมียแทบเล็ตของเจ้าตัว ถ้าไม่ใช่ว่าเล่นเกมจนหลับคาอกเมีย ก็คงฝืนเล่นจนเมียหมดแรงดับไปต่อหน้าต่อตานี่แหล่ะ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แต่เอาเหอะ นั่นไม่ใช่ประเด็น

 

บยองฮอนเดินเข้าไปใกล้กับหัวเตียงอีกนิด อย่างน้อยๆ ถ้าจะโดนหมัดหรือถีบจากบังมินซูล่ะก็...อีบยองฮอนขอเลือกหมัดมากกว่าถีบล่ะนะ คิดเอาเองว่าน่าจะเบากว่าและน่าจะหลบง่ายกว่า

 

“มินซูฮยอง...ตื่นได้แล้ว ต้องไปทำงานนะ”

 

ประโยคง่ายๆ ถูกเลือกมาใช้ในการปลุกคนแก่ที่สุดในวง แล้วก็ได้ยินเสียงงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์กลับมา แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีทีเดียวว่าการปลุกไม่ต้องเปลืองตัว (ในการถูกเตะ) มากนัก

 

“ฮยอง ตื่นเหอะ คนอื่นทานข้าวจะเสร็จอยู่แล้ว” บยองฮอนยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะวางมือตรงไหน จะเอามือไปเขย่าตัวมินซูได้หรือเปล่า ก่อนจะกลั้นใจเอามือดึงผ้าห่มของบังมินซูอย่างแรง ก่อนจะรีบเอ่ยปากขอโทษเมื่อสายตาเฉือดเฉือนที่ทำเอาใจตกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มตวัดขึ้นมา พร้อมฝ่ามือที่ยกขึ้นสูง...เพื่อบังแสงที่แยงตา

 

โอย หัวใจกูจะวาย นึกว่าจะโดนต่อยซะละ...

 

หน้าตาของมินซูชัดเจนว่ารำคาญการก่อกวนการนอนของบยองฮอนมาก แต่คนปลุกก็ไม่ได้อยากมาปลุกนักหรอกนะ เลยนึกอยากสวนกลับไปเหมือนกันว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเสียหน่อยที่เจ้าตัวมัวแต่เล่นกับเมียจนนอนไม่พอ แล้วพอถึงเวลาทำงานก็ไม่อยากจะตื่นแบบนี้น่ะ

 

แต่เอาเข้าจริง...

 

“ฮยอง...ตื่นได้แล้วฮะ”

 

...ก็ได้แค่นี้แหล่ะ T______________T

 

นี่ถ้าก้มลงอ้อนวอนปลุกให้ตื่นได้เขาก็คงทำแล้ว มันน่าเบื่อนะ ปลุกคนที่ไม่มีท่าทีว่าจะยอมงัดตัวเองขึ้นจากเตียงง่ายๆ แบบนี้น่ะ แถมเขาก็ยังไม่ได้ทานข้าวเลยด้วย...

 

หรือจะเดินออกไปบอกว่ามิชชั่นเฟลดี? เหอ...แบบนั้นก็โดนไล่กลับมาปลุกอยู่ดีล่ะน่า ปลุกๆ ให้มันจบไปละกัน

 

“ฮยอง...”

 

บยองฮอนทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างเตียง สองมือวางประกบเข้าด้วยกันตรงขอบเตียงิ น้ำเสียงงุ้งงิ้งที่ปกติจะสงวนไว้ใช้กับพ่อกับแม่ที่บ้านเท่านั้น ถูกงัดเอามาใช้กับคนที่พลิกตัวหันหลัง เอาหน้าซุกกับหมอน แต่บยองฮอนรู้หรอกว่าอีกฝ่ายน่ะได้ยินชัดเจน...ก็นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย

 

บยองฮอนรู้หรอกว่าความจริงบังมินซูเป็นผู้ชายขี้ใจอ่อน แค่ชอบปิดบังด้วยภาพลักษณ์นิ่งๆ กวนประสาท ดูไม่น่าคบก็แค่นั้นแหล่ะ (ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไม่น่าคบจริงๆ ก็เหอะ)

 

“ฮยอง...” น้ำคำแบบเดิมถูกเอ่ยขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ก่อนที่บยองฮอนจะรู้ตัว...ก็ลอยหวือขึ้นไปนอนอยู่แต่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่วมเตียงเดียวกับบังมินซูซะแล้ว

 

“เดี๋ยวนี้หัดยั่วเหรอ”

 

น้ำเสียงแหบต่ำติดจะง่วงงุนที่ดังอยู่ข้างหูทำให้บยองฮอนเผลอใจเต้นตึก แต่ก็แกล้งทำเป็นเฉย ทำเป็นไม่สนใจฝ่ามือที่โอบอยู่เหนือสะโพก ไม่สนใจกลิ่นกายเฉพาะตัวของอีกคนที่เผลอสูดเข้าไปเต็มอกด้วยไม่ทั้งตั้งตัว ให้ตายเหอะ นี่ถ้าอยู่ห้องตัวเองจะกัดให้หมอนขาดคาปากเลย ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ...

 

“เปล่านะ...”

 

ก็ได้แค่ตอบเสียงเบาๆ เหมือนจะขาดใจไปให้เขาหัวเราะเยาะเล่นแหล่ะครับ T^T

 

ไม่ผิดจากที่คิด มินซูก็หัวเราะอย่างที่นึกไว้จริงๆ นั่นล่ะ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ฟังดูหยามศักดิ์ศรีอย่างที่คิด ออกจะเป็นเสียงหัวเราะอารมณ์ดีแบบที่หาได้ยากจากผู้ชายคนนี้สักหน่อย แต่พอได้ฟังอีบยองฮอนก็จินตนาการภาพออกเลยว่าตอนนี้บังมินซูกำลังยิ้มมุมปากบางๆ ทั้งที่ยังหลับตาสนิท

 

อย่าให้หลุดไปให้เจ้าตัวรู้เชียวว่าตอนนี้คงหล่อเป็นเท่าทวีคูณจากที่ปกติก็มีภาษีดีที่หนังหน้าเดิมอยู่แล้วน่ะ!

 

“แล้วเลี้ยงหมามากไปจนอยากเป็นหมาหรือไง?” บยองฮอนย่นจมูกใส่คำพูดที่แซว ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร ก็แค่ปากเสียตามประสา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชกลงไปเบาๆ บนหน้าอกคนที่นอนกอดเขานิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

“ไหนขอดูลูกหมาแอลโจปลุกเจ้าของหน่อย”

 

คางถูกเชยขึ้นกระทันหัน พร้อมกับใบหน้าหล่อแบบไม่ค่อยเป็นที่นิยมฉบับบังมินซูที่โปรยยิ้มบางน่าหมั่นไส้มาให้ ทำเอาบยองฮอนผวาไปเล็กน้อยตามประสาสัตว์เล็กขี้ตกใจ

 

ริมฝีปากบางยื่นใส่คนที่ใช้นิ้วเกาที่ปลายคางเป็นเชิงหยอกล้อ...นี่จะให้เป็นหมาจริงๆ ใช่ป่ะ?

 

“รู้ไหมว่าหมาที่บ้านผมมันปลุกผมด้วยการตะกุยหน้าผมล่ะ”

 

“แล้วไง นั่นหมาบ้านนาย ไม่ใช่นายซะหน่อย หรือนายจะลองดูก็ได้นะ แต่ไม่รับรองหรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันก็ไม่เคยโดนใครตะกุยหน้าเหมือนกัน”

 

(---------*--------)

 

“งั้นปล่อยเลยครับ เชิญนอนต่อไปเลย ผมจะไปเรียกคนอื่นมาปลุกแทนแล้ว” บยองฮอนผลักร่างของอีกคนออก พร้อมกับพลิกตัวหนีจะตะกายลงจากเตียง แต่ก็โดนรวบทั้งตัวขึ้นมากอดอีกรอบ สภาพเหมือนตอนโดนลากขึ้นเตียงมาไม่มีผิด

 

“จะไปไหน”

 

ไม่ใช่ประโยคคำถามแน่นอน ไม่ได้ดูจากรูปประโยค แต่ดูจากการกระทำของคนพูดต่างหาก ไอ้มากอดแน่นจนหลังแนบกับอกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เสียงฟุดฟิดแถวกระหม่อมแล้วก็หูนี่มัน...

 

เข้าข่ายกระทำอนาจารกันนะ บังมินซู

 

“หิวข้าวแล้ว ฮยองไม่ลุกก็เรื่องของฮยอง”

 

“จูบก่อน”

 

......................................................................(=[]=)?

 

หน้าแดง...

 

อีบยองฮอนรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังหน้าแดงมาก แดงไปถึงหู แดงจนบังมินซูหัวเราะเสียงดังลั่น ซ้ำยังกระชับอ้อมแขนจนแน่น พร้อมกับเขย่าตัวเบาๆ แบบที่บยองฮอนเคยบอกว่าไม่ชอบให้ทำ เพราะมันเหมือนเขากลายเป็นเด็กสามขวบที่กำลังโดนพี่ชายแหย่ แต่ไม่ว่าจะพูดไปสักกี่ครั้ง บังมินซูก็ยังมีความสุขที่ได้แกล้งเขาเล่นแบบนี้เสมอ

 

‘พี่ชายที่ไหนเขาจะทั้งหอมทั้งฟัดน้องแบบนี้ คิดซิ บยองฮอน’

 

คำพูดที่เคยได้ฟังแทนข้ออ้างดังก้องอยู่ในหูที่เหมือนจะอื้อขึ้นมาซะเฉยๆ บยองฮอนรู้สึกหวิวๆ รู้สึกเหมือนหูอื้อ ตาลายไปหมด เมื่อได้ยินเสียงกระซิบย้ำซ้ำๆ อยู่ข้างหูว่าต้องจูบก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่ลุกไปทานข้าว ไม่ลุกไปทำงาน แล้วก็จะกอดทิ้งเอาไว้อยู่แบบนี้

 

นี่มันใช่เรื่องไหมเนี่ย?

 

ใช่สิ...มันเป็นเรื่อง ใช่...

 

เป็นเรื่องของเขาเสียด้วย

 

 

 

 

 

 

“...ทีเดียวนะ”

 

 

                                                    

 

 

 

 

บยองฮอนกลั้นใจหมุนตัวกลับมาหาเจ้าของห้อง เสียงเสียดสีของผ้าปูดังสวบสาบทำเอาใจเต้นโครมๆ แต่ก็ยังฝืนบังคับตัวเองให้จ้องไปที่เสื้อกล้ามบางๆ ที่อีกคนชอบใส่นอนเสียจนมันเปื่อยยุ่ย บางเสียจนจะเห็นลายเส้นของกล้ามเนื้อสีเข้มอยู่รำไร พอคิดอย่างนั้นก็รีบหลบสายตาไปทางอื่น แต่ก็ไม่รู้จะเอาตาไปตกไว้ตรงไหน เพราะพื้นที่ก็เล็กอยู่แค่นี้ สุดท้ายก็ทำใจกล้าเอามือสั่นๆ วางลงบนบ่าที่อุดมไปเนื้อแน่น

 

แล้วยังเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากด้วยความประหม่าจนมินซูหัวเราะเบาๆ แบบคนพยายามกลั้นขำ

 

“เร็วสิ...”

 

มินซูเร่งเร้าคนที่แทบจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากแซวอะไรไปมากกว่านั้น ริมฝีปากนุ่มๆ สีสดก็พุ่งเข้ามาใส่ แต่กลับพลาดไปโดนตรงเหนือริมฝีปากแทนเสีย เสียงฮึดฮัดขัดใจกับท่าทางเตรียมถอยหนีทำให้มินซูรีบฉวยโอกาสที่ความจริงก็มีมาบ่อย แต่ก็คว้าเอาไว้เรื่อยๆ อยู่ดี

 

จูบอ่อนนิ่มประทับลงบนเป้าหมายที่ถูกต้องแผ่วเบา ก่อนจะบดคลึงช้าๆ อยู่รอบๆ คล้ายจะรุกเร้ามากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นขบเม้มและไล้นิ้ววนรอบแก้มนวลที่ขึ้นสีแดงจัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าไม่มีขีดสิ้นสุด

 

จูบอ่อนหวาน เจือกกลิ่นหยอกล้อขี้เล่นของบังมินซูทำเอาบยองฮอนแทบลืมหายใจ แต่สุดท้ายแล้วต้องผละออกเพราะไม่อาจไม่หายใจได้จริงๆ

 

เสียงหอบสั่นพร่าน้อยๆ กับมือที่ขยุ้มลงบนเสื้อกล้าม คล้ายจะฉีกให้ขาด ขยำเข้าและคลายออกอยู่นานจนมินซูไม่นึกว่าบยองฮอนจะมีสติรวบรวมความคิดได้ถูกว่าควรจะทำอะไรต่อไปอีก ก็เลยตัดสินใจรวบมือที่ขยำเสื้อจนเป็นรอยยับยู่ยี่เข้าไว้ด้วยกัน แล้วประทับปลายจมูกลงที่หน้าผากเกลี้ยงใต้เรือนผมสีแดงสด เนิ่นนานและหนักแน่น ก่อนจะเป็นฝ่ายผละออกไป

 

“ออกไปได้แล้ว”

 

...ห๊ะ...

 

บยองฮอนเงยหน้าขึ้นมาจากอะไรสักอย่างที่พยายามสนใจอยู่ ดวงหน้าหล่อเข้มยิ้มยียวนมาให้ พร้อมกับชายเสื้อเน่าๆ ที่ถูกถลกขึ้นเหนือขอบกางเกงวอร์ม

 

“หรือนายอยากจะดูฉันถอดเสื้อผ้าก็ตามใจ”

 

ไอ้ทุเรศ บังมินซู! คราวหน้าจะเอาน้ำมาสาด!

 

*

 

FIN

Comment

Comment:

Tweet

โอยยย เขินนน ฟินนน -///////////-

#3 By (58.11.107.58|58.11.107.58) on 2014-02-06 22:24

เอาอีก เเต่งอีกกกกกbig smile

#2 By vvvv (171.6.249.5|171.6.249.5) on 2014-01-18 16:03

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อิพี่บังมินซู อิบร้าาาาาาาาาาา เขิน T//////T
ณ จุดนี้ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่างเมเนป้าที่อำนวยความสะดวกให้อิบังได้ล่อลวงน้อง #ห๊ะ!
แหม่ ถ้าได้มาปลุกแบบนี้ทุกเช้าแกจะฟินใช่มะมินซู?
โอยยยยยย เขินแทนน้องบยองอย่างรุนแรงเหลือคณานับ มันคืออะไรว? *กัดหมอน*
แบบว่าเขินมาตั้งแต่ตอนน้องแอบฟินในใจละ พอมาเจออิพี่มินรุกนี่ล่ะ หมอนแทนขาดจริงๆ เขินจนเพลีย T///////T
ขอบคุณสำหรับฟิคฟินๆ นะคะ เขินค้างมาก ณ ตอนนี้ T^T

#1 By Little_Seal on 2013-09-27 22:39